ประโยชน์แมกนีเซียม (Magnesium) แร่ธาตุที่ขาดไม่ได้

ประโยชน์แมกนีเซียม (Magnesium) แร่ธาตุที่ขาดไม่ได้

       แมกนีเซียม เป็นสารอาหารประเภทเกลือแร่ (Mineral) ชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในกลุ่มเกลือแร่ที่มีมากในร่างกาย (Macronutrients หรือ Principal elements) ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากต่อร่างกายมนุษย์ โดยเฉพาะในโครงสร้างกระดูกมีธาตุ แมกนีเซียม เป็นองค์ประกอบประมาณ 25 กรัม หรืออาจมากกว่านี้ และเป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์ต่างๆ กล้ามเนื้อ สมองและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันต่างๆ

       แมกนีเซียมมีความสำคัญต่อการทำงานของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ เป็นแร่ธาตุที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ และมีส่วนช่วยในการเปลี่ยนแปลงน้ำตาลในเลือดให้เป็นพลังงาน โดยในร่างกายมนุษย์จะมีแมกนีเซียมเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 21 กรัม หรือ 21,000 มิลลิกรัม

แหล่งที่พบแมกนีเซียมได้ตามธรรมชาติ ได้แก่ อาหารจำพวกปลาและหอย ถั่ว อัลมอนด์ เมล็ดธัญพืช ธัญพืชไม่ผ่านการขัดสี มะเดื่อฝรั่ง ผักสีเขียวเข้ม กล้วย เป็นต้น

เมื่อร่างกายขาดแมกนีเซียม 

  • ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันป้องกันโรคต่าง ๆ ของร่างกายลดลง
  • ระบบกล้ามเนื้อและระบบย่อยอาหารอาจทำงานผิดปกติ
  • ระบบประสาทบางส่วนอาจถูกทำลาย
  • กระดูกอ่อนจนร่างกายรับน้ำหนักไม่ไหว
  • ร่างกายจะเก็บสะสมพลังงานไว้ไม่ได้
  • โดยศัตรูของแมกนีเซียม ได้แก่ แอลกอฮอล์และยาขับปัสสาวะ หรือผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน
  • นอกจากนี้คนที่ผิวแพ้ง่ายมักจะขาดแมกนีเซียม เนื่องจากแมกนีเซียมน้อยเกินไปจะทำให้เกิดการแบ่งเซลล์ที่ไม่ดี การสร้างเกราะป้องกันผิวก็แย่ตามไปด้วย

ประโยชน์ของแมกนีเซียม

  • ช่วยลดการหลังของฮีสตามีนที่เป็นสาเหตุของอาการคันของผิวหนังด้วย
  • มีส่วนช่วยเผาผลาญไขมันและเปลี่ยนเป็นพลังงาน
  • ช่วยรักษาอาการซึมเศร้า
  • ช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอล
  • ช่วยทำให้หลอดเลือดและหัวใจแข็งแรง ป้องกันโรคหัวใจวายเฉียบพลัน
  • ช่วยทำให้ฟันแข็งแรง
  • ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้
  • บรรเทาอาการปวดหัวไมเกรน 
  • ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนได้
  • มีส่วนช่วยในการป้องกันและรักษาโรคหืดหอบ

คำแนะนำในการรับประทานแมกนีเซียม

  • ขนาดที่แนะนำให้รับประทานสำหรับผู้ใหญ่ต่อวันคือ 350 - 500 มิลลิกรัม และสำหรับหญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรรับประทานในขนาด 450 - 600 มิลลิกรัม ต่อวัน
  • การรับประทานอาหารที่มีแมกนีเซียมประมาณ 300 - 800 มิลลิกรัม ต่อวัน ก็เพียงพอต่อความร่างกายแล้ว
  • สำหรับผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ควรได้รับแมกนีเซียมเสริม
  • สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายแล้วมักอ่อนล้าหมดแรงเป็นประจำ ควรได้รับแมกนีเซียมเสริม 
  • สำหรับผู้หญิงที่รับประทานยาคุมกำเนิดหรือฮอร์โมนเอสโทรเจน ควรได้รับแมกนีเซียมเสริม
  • สำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดดื้อต่ออินซูลิน ควรได้รับแมกนีเซียมเพราะจะช่วยให้ลดความดันโลหิตได้
  • สำหรับผู้ที่รับประทานถั่ว เมล็ดธัญพืช ผักใบเขียวเข้มเป็นประจำ ร่างกายจะได้รับแมกนีเซียมมากเพียงพอแล้ว 
  • การรับประทานแมกนีเซียมอย่างเดียวอาจทำให้ท้องร่วงได้ ดังนั้นควรรับประทานร่วมกับแคลเซียม 
  • แมกนีเซียมจะทำงานร่วมกับวิตามินเอ แคลเซียม ฟอสฟอรัสได้ดีที่สุด 
  • แมกนีเซียมเป็นตัวช่วยเสริมการทำงานของเอนไซม์ที่ใช้ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 6 หากร่างกายขาดแมกนีเซียม อาจส่งผลให้มีอาการที่เกี่ยวข้องกับการขาดวิตามินบีได้ เช่น อาการชัก

ขอบคุณที่มาของข้อมูล : เว็บไซต์เมดไทย (Medthai)

 

สุขภาพดี แข็งแรง ในแบบคุณ 
สุขภาพดี ไปกับ นิวทรีนิสส์ 

Powered by MakeWebEasy.com